Featured Link





Herb_Neem_Plant6

สะเดา


Herb_Neem_Plant7

ใบสะเดา


Herb_Neem_Plant8

สะเดากับน้ำปลาหวาน


Herb_Neem_Plant9

ต้นสะเดา


Herb_Neem_Plant10

สะเดา


Herb_Neem_Plant11

สะเดา


Google+









สมุนไพรสะเดา

Herb_Neem_Plant

ชื่อสมุนไพร :สะเดา
ชื่ออังกฤษ :Neem plant
ชื่อวิทยาศาสตร์ :Azadirachta indica
อาณาจักร:พืช (Plantae)
ชื่อวงศ์ :Meliaceae
หมวด:Magnoliophyta
ชนิด:A. indica
สกุล:Azadirachta
ชื่อเรียกอื่น ๆ :สะเลียม (ภาคเหนือ) กะเดา (ภาคใต้)

     สมุนไพรสะเดา เป็นต้นไม้ที่มีความสูงประมาณ 5-10 เมตร เปลือกไม้ตามลำต้นจะแตกเป็นร่องลึกตามแนวยาว มียอดอ่อนสีน้ำตาลแดง ลักษณะของใบ เป็นใบประกอบรูปแบบขนนก ออกเรียงสลับ รูปใบหอก ความกว้างประมาณ 3-4 เซนติเมตร และยาวประมาณ 4-8 เซนติเมตร ส่วนโคนใบมนไม่เท่ากัน ขอบใบจักเหมือนฟันเลื่อย แผ่นใบเรียบ สีเขียวและเป็นมัน ส่วนของดอก จะออกเป็นช่อ ๆ ที่ปลายกิ่งขณะแตกใบอ่อน ดอกจะเป็นสีขาวนวล มีกลีบเลี้ยงเป็น 5 แฉก โคนดอกติดกัน กลีบดอกโคนติดกัน ส่วนปลายแยกออกเป็น 5 แฉก ผลของสะเดาจะเป็นรูปทรงรี ขนาดประมาณ 0.8 –1 เซนติเมตร และมีผิวเรียบ ตอนผลอ่อนจะเป็นสีเขียว เวลาสุก่จะกลายเป็นสีเหลืองส้ม เมล็ดเดี่ยว รูปรี

Herb_Neem_Plant1

     สะเดาเป็นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย และสามารถเจริญเติมโตได้ดีในที่แล้ง สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มากมายทั้งเป็นอาหารและต้นก็ยังใช้สร้างที่อยู่อาศัย ในใบและเมล็ดสะเดามีสารอาซาดิเรซติน (Azadirachtin) ซึ่งมีฤทธิ์เป็นสารสำหรับฆ่าแมลง ด้านในเมล็ดมีน้ำมัน margosa oil สามารถนำมาใช้เป็นสีย้อมผ้าและยาฆ่าพยาธิในสัตว์เลี้ยง
     การขยายพันธุ์ทำได้ด้วยการเพาะเมล็ด และต้องรีบนำไปเพาะทันทีหลังจากเมล็ดร่วง มิฉะนั้นจะสูญเสียความสามารถในการงอกไปอย่างรวดเร็ว
     ต้นสะเดาสามารถพบเห็นและเจริญเติบโตได้ดีทั่วทุกภาคของประเทศไทย ด้วยสะเดาเป็นไม้ทนแล้งได้ดีอย่างมากชนิดหนึ่ง จึงสามารถเจริญเติบโตได้แม้จะมีปริมาณน้ำฝนเพียง 130 มิลลิเมตรต่อปี แต่ปริมาณน้ำที่ต้นสะเดาควรจะได้รับเพื่อการเจริญเติบโตก็ควรอยู่ระหว่าง 800-1,200 มิลลิเมตรต่อปี

Herb_Neem_Plant2

สรรพคุณและประโยชน์จากสะเดา
     ประโยชน์ในทางยา ในตำรายารักษาโรคแผนโบราณของชาวฮินดูหรือตำราอายุรเวท ได้กล่าวถึงประสิทธิภาพของสะเดาในการบำบัดรักษาโรคของมนุษย์เราอยู่อย่างมากมาย โดยเฉพาะส่วนของใบและกิ่งมาผสมปรุงแต่งยา เพื่อบำบัดรักษาโรคชนิดต่าง ๆ หลายชนิดอันได้แก่ โรคทางผิวหนัง โรคฝีหนอง โรคเรื้อรัง โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจของเด็ก โรคพยาธิในลำใส้ โรครูมาตอยด์ ตลอดจนใช้เป็นยาระบายอาการท้องผูก ยาสีฟันและยาเจริญอาหารและยังเป็นยาฟอกเลือดได้อีกด้วย
     ประโยชน์ด้านเนื้อไม้ เนื้อไม้สะเดาเป็นไม้เนื้อแข็งที่จัดว่ามีคุณภาพดี ลำต้นค่อนข้างตรงและปลวกไม่ค่อยทำลาย เนื่องจากมีสารกำจัดแมลงจำพวกปลวกอยู่ด้วย เนื้อไม้ที่ตัดใหม่ ๆ จะง่ายต่อการขัดเงาและนำไปใช้แปรรูป ซึ่งเป็นที่นิยมในการนำไปใช้สร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัย หรือจะทำเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน แต่ที่เห็นจะนิยมนำมาใช้ทำคือเสา หรือจะเป็นไม้รั้ว หรือชาวประมงก็นิยมเอามาสร้างเรือ ทำเครื่องดนตรีประเภทกลอง ใช้ทำกล่องยาสูบ ทำเป็นเชื้อเพลิงและขณะที่เผาสะเดาก็ยังส่งกลิ่นออกไปเพื่อไล่ยุงได้อีกทางหนึ่งด้วย นอกจากนีเต้นสะเดายังใช้เป็นไม้ปลูกเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมตลอดจนไม้ผสมในสวนวนเกษตรได้อีกด้วย
     ประโยชน์ด้านการทำเป็นอาหารใครที่เคยกินสะเดาจะรู้ว่ารสชาติของสะเดานั้นค่อนข้างขมเอาเรื่องอาจทำให้ไม่ชอบไปเลยก็ได้ แต่คนเฒ่าคนแก่ของไทยนั้นได้ใช้ภูมิปัญญาของที่ติดตัวกันมานานแสนนาน จึงได้คิดค้นสูตรทำน้ำปลาหวานมากินแก้มคู่กับสะเดา ทำให้ลืมเรื่องความขมของสะเดาไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ ด้วยความหอมหวานของน้ำปลาหวานแล้วสะเดาที่ว่าขมถึงกับชิดซ้ายไปเลย

Herb_Neem_Plant3

สรรพคุณเมื่อแยกส่วนต่าง ๆ มาใช้ทำเป็นยา

     ส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์ได้ : ดอกช่อดอก ขนอ่อน ยอด เปลือก ก้านใบ กระพี้ ยาง แก่น ราก ใบ ผล ต้น เปลือกราก น้ำมันจากเมล็ด

  ส่วนของดอก และยอดอ่อน สามารถแก้พิษโลหิต กำเดา รักษาริดสีดวงในลำคอ คันดุจมีตัวไต่อยู่ เป็นยาบำรุงธาตุ เป็นยาขับลม เอามาใช้ทำเป็นอาหาร
  ผล และ ใบ ทำเป็นยาบำรุงธาตุ และสามารถนำมาใช้เป็นยาฆ่าแมลงฉีดในไร่ ในสวนได้
  ผลอ่อน นำมาใช้เป็นถ่ายพยาธิ แก้ริดสีดวง และเป็นยาแก้ปัสสาวะพิการ
  ส่วนของก้านใบ นำมาทำเป็นยาแก้ไข้ และนำมาทำยารักษาไข้มาลาเรีย
  ลำต้นส่วนเปลือกไม้ ทำให้เจริญอาหาร แก้ไขหวัด สามารถแก้ท้องเดินได้ และบิดมูกเลือด
  กะพรี้ รักษาอาการถุงน้ำดีอักเสบ
  น้ำมันที่ได้จากเมล็ด ใช้ทำยาฆ่าแมลง และสามารถใช้รักษาโรคผิวหนังต่าง ๆ ได้ดี
  ยางจากสะเดา สามารถใช้ดับพิษร้อนได้
  แก่น แก้อาเจียนและทำเป็นยาขับเสมหะ
  ส่วนราก นำมาใช้รักษาโรคผิวหนังต่าง ๆ แก้เสมหะในทรวงอก
  สารที่มีรสขม อยู่ในผล ทำเป็นยาสำหรับถ่ายพยาธิได้ หรือจะใช้ยาระบาย แก้โรคหัวใจเดินผิดปกติ
  เปลือกของราก ใช้ทำเป็นยาฝาดสมาน รักษาโรคผิวหนัง แก้ไข้หวัด ทำให้อาเจียน

Herb_Neem_Plant4

วิธีการทำให้เป็นยา
     ทำเป็นยาขมช่วยให้เจริญอาหาร ให้นำช่อดอกสะเดามากน้อยเท่าไรก็ได้ แล้วนำมาลวกน้ำร้อน จิ้มกับน้ำปลาหวาน หรือจะเป็นน้ำพริกก็ได้ หรือจะใช้เปลือกสด ๆ กะเอาประมาณ 1 ฝ่ามือ ต้มน้ำ 2 ถ้วยแก้ว ให้รับประทานครั้งละ 1/2 ถ้วยแก้ว

วิธีการทำให้เป็นยาสำหรับฆ่าแมลง
     ในสะเดาจะมีสารสกัดที่ชื่อ Azadirachin มีฤทธิ์สำหรับใช้ฆ่าแมลงได้ โดยการนำสะเดาสด ๆ ประมาณ 4 กิโลกรัม ตะไคร้หอม 4 กิโลกรัม ข่าแก่ 4 กิโลกรัม ทั้ง 3 อย่างเท่า ๆ กัน แล้วนำแต่ละอย่างมาบด หรือจะใช้วิธีตำให้ละเอียดก็ได้ แล้วเอายาที่ได้ทั้งหมดมาหมักกับน้ำ 20 ลิตร ทิ้้งไว้ 1 คืน หลังจากนั้นก็กรองน้ำยาที่หมักไว้ 1 ลิตร นำไปผสมน้ำได้ถึง 200 ลิตร สามารถนำไปใช้ฉีดฆ่าแมลงในสวนผักได้ หรือสวนผลไม้ก็ดี โดยไม่มีพิษและไม่เป็นอันตราย

ชนิดของแมลงที่มีความอ่อนแอต่อการใช้สารสกัดสะเดา ได้แก่
     1. หนอนผีเสื้อ
     2. ด้วงปีกแข็ง
     3. เพลี้ยอ่อน เพลี้ยแป้ง เพลี้ยหอย เพลี้ยไฟ
     4. แมลงวัน
     5. มวนชนิดต่าง ๆ
     6. ผึ้ง ต่อ แตน
     7. จิ้งหรีด
     8. แมลงสาบ
     9. ปลวก
     10. เห็บ เหา หมัด
     11. ตั๊กแตนหนวดสั้น ตั๊กแตนหนวดยาว ตั๊กแตนกิ่งไม้
     12. แมลงหางหนีบ

Herb_Neem_Plant5



© 2013 thaiherbtherapy.com
Home | Herbs | Massage | Products | About Us | Contact | Advertise